รณรงค์ป้องกันหนี้

รณรงค์ป้องกันหนี้

  • ในชีวิตคนเราเมื่อทำงานมีเงินเดือนแบบอยู่ตัวแล้ว สิ่งต่อไปก็คือบ้านหรือรถ และส่วนใหญ่มักจะเลือกรถก่อนเนื่องจากมีราคาย่อมเยากว่าและสามารถออกมาได้ไม่ยากเท่ากับการขอสินเชื่อซื้อบ้าน แต่ทั้งนี้การมีรถสักคัน หรือการ ซื้อรถ ไม่ได้มีแค่เงินดาวน์หรือเงินผ่อนรถเท่านั้น   วินัย 4 ประเภทที่ควรมีในการ ซื้อรถ   1. ต้องออมก่อนใช้ เมื่อคุณออกรถโดยเฉพาะด้วยวิธีการผ่อน ชีวิตคุณจะเริ่มเปลี่ยนไป เงินที่เคยใช้อย่างอิสระจะเหลือน้อยลงไปมาก หลายคนอาจเลือกใช้เงินที่เหลือจากการผ่อนรถทั้งหมด ซึ่งหากเป็นแบบนี้คุณก็จะไม่มีเงินเก็บเลยและเมื่อวันใดวันหนึ่งเกิดมีปัญหาฉุกเฉินขึ้นมาคุณก็จะไม่มีเงินมาใช้จ่ายตรงนี้เลย กลายเป็นต้องวิ่งหาหยิบยืมคนอื่น หรือไปกู้มา แบบนี้จะยิ่งแย่ไปกันใหญ่ ดังนั้นเพื่อความไม่ประมาท จึงต้องทำการออมก่อนใช้อยู่เสมอไม่ว่าจะ 500 หรือ 1,000 บาทก็ขอให้ได้ออม จากนั้นจึงผ่อนรถ และนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน สำหรับใครที่บอกว่าไม่เหลือเงินตรงนี้เลย เงินจะกินยังไม่มี แบบนี้คุณคงต้องทบทวนการตัดสินใจผ่อนรถใหม่เสียแล้ว เพราะหากมันลำบากเกินไปแสดงว่าคุณยังไม่พร้อม ก็อาจต้องรอหรือยืดระยะการ ซื้อรถ ออกไปก่อน 2. ทำบัญชีการใช้จ่ายเงินต่าง ๆ ในแต่ละเดือน การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย เป็นสิ่งจำเป็น เพราะเราจะได้รู้ว่าเราหมดไปกับการใช้จ่ายอะไรบ้าง นิสัยการใช้จ่ายเงินของเราในแต่ละเดือนเป็นอย่างไร เราก็จะได้แก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ เหล่านี้ได้ทันท่วงที โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราต้องมีภาระการผ่อนรถเพิ่มเข้ามาอีกอย่าง บางครั้งเงินมันอาจจะหมดไปได้อย่างรวดเร็วมากเราจะได้กลับมาพลิกบัญชีดูว่ามันเป็นเพราะอะไร เป็นเพราะเราใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเองหรือเป็นรายจ่ายเพิ่มที่มาคู่กันกับการมีรถ เมื่อรู้แบบนี้จะได้ลดรายจ่ายทีละประเภท เพื่อให้ในแต่ละเดือนสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข 3. วางแผนการใช้จ่ายอย่างประหยัด อย่างที่ย้ำบ่อย ๆ ในข้างต้นว่า เมื่อเรามีรถภาระจะเพิ่มขึ้นมาด้วยทันที และที่หนักที่สุดคือหนี้สิน เราจึงใช้เงินอย่างอิสระไม่ได้ ดังนั้นในการไปจับจ่ายซื้อของต่าง ๆ จึงต้องมีการวางแผนและจดรายละเอียดสิ่งที่ต้องการเลือกซื้อก่อน จากนั้นก็คำนวณเงินที่จะใช้ให้พอดีกับสิ่งที่ต้องการซื้อ อาจติดเงินไปเพิ่มอีกนิดหน่อยเผื่อมีเหตุฉุกเฉิน หรือไปเจอกับสินค้าที่เรากำลังต้องการใช้พอดี แต่ย้ำว่าอย่าติดเงินไปมากเพราะเราจะเผลอช้อปจนเงินหมดกระเป๋าแล้วต่อด้วยบัตรเครดิตก็ได้ ให้ท่องไว้ในใจเสมอ ต้องประหยัด ๆ เพื่อเงินส่งรถและชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่ลำบาก ยังไงคุณก็ต้องเป็นแบบนี้ไปจนกว่าจะครบจำนวนปีที่ต้องส่งรถนี้ 4. การไม่ขาดส่งรถหรือส่งช้าเกินไป การส่งรถดีกว่าการส่งบ้านหรือส่งหนี้บัตรเครดิตตรงที่สามารถเลทได้บ้าง โดยไม่มีการคิดดอกเบี้ยเพิ่ม แต่ถ้าเกิน 1 เดือน 2 เดือนอาจมีค่าติดตามทวงถาม และถ้าครบ 3 เดือนรถคุณอาจถูกยึดได้ นอกจากนี้อย่าได้คิดนำเงินก้อนที่จะผ่อนรถไปใช้อย่างอื่นก่อนเด็ดขาด แม้เพียง 2-3 วันก็ไม่ได้ เพราะเมื่อเวลาถึงช่วงส่งรถจริงคุณอาจมีเงินไม่พอค่างวดก็ได้ ดังนั้นส่งให้ตรงเวลา เตรียมเงินให้พร้อมดีที่สุด แนวความคิดก่อน ซื้อรถ นอกจากวินัยที่ขาดไม่ได้เมื่อจะซื้อรถแล้ว ก่อนซื้อรถให้คิดถ้วนถี่เสียก่อน โดยควรคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ด้วย 1. ถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่าอยากได้รถจริงหรือเปล่า มันจำเป็นหรือเปล่า และที่สำคัญเราจะสามารถส่งรถได้ตลอดรอดฝั่งไหม? หากคำตอบคือ ไม่ค่อยมีความจำเป็นเท่าไร ออกมาเพื่อทำให้ดูดีทัดเทียมเพื่อนฝูงและพี่ ๆ ในที่ทำงาน แถมยังไม่มั่นใจว่าจะส่งได้ตลอดรอดฝั่ง แบบนี้อาจผ่านไปก่อน รอไปก่อน ดีกว่าไหม แต่ถ้ามันจำเป็นและคิดว่าส่งได้จนจบก็อีกเรื่องหนึ่ง 2. ในกรณีที่ยังไม่ค่อยจำเป็นต้องซื้อรถในขณะนี้ แนะนำให้ซื้อเงินสด หรือดาวน์ให้มากที่สุด ซึ่งวิธีที่ทำให้เห็นฝั่งฝันเร็วก็คือการออมให้เท่ากับเงินผ่อนรถเลย แบบนี้เงินเก็บก็จะมีมากขึ้นเรื่อย ๆ แบบไม่เสียดอกเบี้ย ไม่นานเราก็จะมีเงินสดหรือเงินก้อนไปดาวน์จำนวนมากเลย รออีกนิด 4-5 ปี ซื้อรถเงินสดในราคาถูกกว่าเงินผ่อนเยอะเลย หรือหากเก็บได้หลายปีแล้วมีความจำเป็นต้องซื้อรถ ก็จะทำให้มีเงินก้อนใหญ่ไปดาวน์ ส่งก็ระยะสั้นแถมดอกเบี้ยก็ถูกลงอีกโข 3. ก่อนซื้อรถควรเลือกให้เหมาะสมกับเรามากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ในการใช้งาน การประหยัดเชื้อเพลิง ตลอดจนหารถที่มีราคาและดอกเบี้ยต่ำกว่าเจ้าอื่น ซึ่งก็คงช่วยให้ได้รถถูกใจและประหยัดไปได้พอสมควร หากเรามีวินัยในการใช้ชีวิตทั้ง 4 ข้อ และคิดแล้วคิดอีกก่อนจะออกรถ เชื่อแน่ว่าคุณต้องส่งรถได้ตลอดรอดฝั่งแน่นอน แต่ถ้าคุณไม่มีวินัยเหล่านี้เลย แนะนำให้ทบทวนการซื้อรถใหม่อีกครั้ง!! ที่มา : https://moneyhub.in.th/article/if-you-dont-have-this-4-dont-buy-car/  
  • ไม่ว่าจะ “บ้าน” หรือรถยนต์ ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง 100% ว่าต้องซื้ออะไรก่อน แต่เราต้องกลับมาดูที่ตัวเราเองว่าอะไรจำเป็นกับเรามากกว่ากัน “บ้าน” vs รถยนต์ เลือกซื้ออะไรก่อนดี ? คำถามยอตฮิตของคนที่เริ่มทำงานมาซักพักและเริ่มมีเงินเก็บ ก็อยากมองหาอะไรไว้เป็นของตัวเองซักชิ้น ถ้าจะซื้อทั้งบ้านทั้งรถยนต์ไปเลย เงินในกระเป๋าก็ดั๊นนน… มีจำกัด เพราะงั้นก็ต้องเลือกเอาซักอย่างแล้วล่ะ พี่ทุยว่ามาดูกันดีกว่าว่าแบบเราเนี้ยจะซื้ออะไรก่อนดี ? อย่างแรกเลย ให้ดู “ความจำเป็นและประโยชน์ใช้สอย” กันก่อน สำหรับใครที่มีบ้านอยู่แล้ว ไม่ได้เช่าอยู่ แล้วมีความจำเป็นต้องใช้รถเพื่อหาเงิน รถก็ดูเป็นคำตอบที่ใช่มากกว่า แต่ถ้าใครอยากซื้อรถเพราะอยากเท่ห์เท่านั้น พี่ทุยคิดว่าซื้อบ้านดีกว่านะ เพราะบ้านในมุมนึงก็ถือเป็นการลงทุนระยะยาว ส่วนใหญ่แล้วมูลค่าจะเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป แต่ถ้าซื้อรถมาปุ๊บ ราคาก็จะลดปั๊บ แค่ถอยปรู๊ดดมาจากโชว์รูมก็มีค่าเสื่อมแล้ว แถมมีค่าใช้จ่ายอื่นๆตามมา ทั้งค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุง ค่าเบี้ยประกัน ค่าพ.ร.บ.รถ รวมๆเดือนนึงก็หลายพันอยู่เหมือนกันแล้วถ้าใครตัดสินใจจะซื้อบ้าน ก็ต้องมาเช็คจำนวนสมาชิกในบ้าน ทำเลที่ตั้งเป็นยังไง การเดินทางลำบากมั้ย หรือซื้อบ้านแล้วต้องซื้อรถเพิ่มเข้ามาอีก ความน่าเชื่อถือของโครงการที่จะซื้อเป็นยังไง ภาระรายจ่ายที่ตามมาของบ้าน เช่น ค่าส่วนกลาง ค่าซ่อมบำรุง เรามีเงินรองรับค่าใช้จ่ายนั้นแล้วหรือไม่ ต่อมาถ้าตัดสินใจได้แล้วว่าจะซื้ออะไรไม่ว่า “บ้าน” หรือ “รถยนต์” ก็มาดูที่ “ความสามารถในการผ่อนชำระ” ถ้าใครมีเงินสดพร้อมจ่ายอยู่แล้วก็คงไม่ใช่ปัญหาอะไร แต่ถ้าใครยังมีเงินไม่พอต้องกู้ต้องผ่อนล่ะ ก็ต้องมาคำนวณเงินเดือนหรือรายรับหักกับรายจ่ายดูว่า ในแต่ละเดือนเหลือเงินเท่าไหร่ ราคาบ้านหรือรถยนต์ที่เราจะซื้อเหมาะสมกับกำลังของเราหรือเปล่า ดอกเบี้ยเท่าไหร่ มีเงินเหลือผ่อนแต่ละงวดไหวมั้ย แล้วมีเงินออมเพียงพอสำหรับดาวน์แล้วหรือยัง ถ้าตอบคำถามง่ายๆพวกนี้ได้ พี่ทุยว่าก็เลือกได้ไม่ยากแล้วล่ะว่าจะซื้อบ้านหรือรถก่อนดีสุดท้าย พี่ทุยอยากฝากว่า ไม่ว่าเราจะเลือกซื้อบ้านหรือรถยนต์ ก็ควรซื้อในราคาเท่าที่เรามีกำลังไหว เพราะทั้งบ้านและรถยนต์ถ้าผ่อนแล้วจะค่อนข้างเป็นภาระระยะยาว สำหรับบ้านก็ประมาณ 20-30 ปี รถยนต์ก็ 3-5 ปี ถ้าซื้อแล้วเราต้องผ่อนไปให้ได้ตลอดรอดฝั่ง ไม่อย่างงั้นแทนที่การมีบ้านหรือรถจะทำให้เรามีความสุขมากขึ้น จะกลับกลายเป็นทำให้เราต้องอึดอัดทุกข์ใจภายหลังได้ ตรงนี้ระวังกันด้วยเน้อออออ   ที่มา : https://www.moneybuffalo.in.th/อสังหาริมทรัพย์/บ้าน-รถยนต์-ซื้ออะไรก่อน
  •   หนี้สิน ได้ยินคำนี้หลายๆ คนที่ประสบกับปัญหานี้อยู่ ก็มักจะส่ายหัวหรือถอนหายใจ ก็เพราะว่าหนี้สินนี้มักจะทำให้เงินเก็บออมที่มีอยู่ของเรานั้นหมดไป เมื่อเป็นแบบนี้เราก็ควรที่จะปลดหนี้ที่มีอยู่ให้หมดไปให้เร็วที่สุด เพื่อที่ว่าเราจะได้กลับมามีเงินเก็บออมนั่นเอง และการจะปลดหนี้ให้ได้โดยเร็วส่วนหนึ่งก็มาจากการรู้จักจัดการรายจ่ายของตัวเรา เพราะตราบเท่าที่เรายังเป็นหนี้แล้วยังไม่มีวิธีจัดการรายจ่ายของเราให้ดี เราก็คงจะผ่านช่วงที่เป็นหนี้ไปได้ยาก ดังนั้น MoneyGuru.co.th จึงนำ 6 วิธีจัดการรายจ่าย เพื่อปลดหนี้ มาแนะนำกัน เพื่อที่จะได้เป็นแนวทางให้คนที่มีหนี้และอยากปลดหนี้ได้รู้จักกับวิธีการจัดการรายจ่ายต่างๆ ของตัวเอง เพื่อที่จะได้มีเงินเหลือมากขึ้นและเพียงพอต่อการใช้ชีวิตและชำระหนี้นั่นเอง 6 วิธีจัดการรายจ่าย เพื่อปลดหนี้ 1.จดรายจ่ายในแต่ละวันๆ – เริ่มง่ายๆ ด้วยวิธีสุดพื้นฐานก็คือการจดบันทึกค่าใช้จ่ายต่างๆ ในแต่ละวัน จากนั้นก็มาดูว่าวันหนึ่งนั้นเรามีรายจ่ายอะไรบ้าง และใช้จ่ายฟุ่มเฟือยไปเท่าไหร่ แล้วลองมาคำนวณดูว่าเดือนหนึ่งเราจะเสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปเท่าไหร่ และหากเรานำมาจ่ายชำระหนี้สินที่มีอยู่ หนี้สินของเราก็จะลดลงไปเท่าไหร่ จากนั้นก็เก็บตัวเลขที่เห็นไว้คอยเตือนตัวเองว่าอย่าใช้จ่ายแบบนี้อีกนะ ถ้าไม่อย่างนั้นก็จะไม่สามารถปลดหนี้ที่มีอยู่ได้ 2.ยกเลิกค่าสมาชิกต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้งานหรือไม่จำเป็น – ค่าใช้จ่ายในการสมัครสมาชิกต่างๆ นั้นถือได้ว่าเป็นรายจ่ายสำคัญตัวหนึ่งของเราเลยก็ว่าได้ เพราะว่าบางครั้งตัวเรานั้นซื้อไว้เผื่อจะใช้งาน แต่ไม่ได้ใช้งานจริงๆ นั่นเอง หรืออาจจะใช้งานจริงแต่ก็ใช้แค่ช่วงแรกๆ ที่สมัครเท่านั้น  เช่น ค่าสมาชิกฟิตเนส ที่ตอนแรกๆ มีไฟอยากหล่ออยากสวยก็ทำสมาชิกแล้วไปใช้บริการ พอนานๆ เข้าหลายคนเริ่มหมดไฟก็เริ่มจะไม่ไปใช้บริการ เป็นต้น จริงที่ว่ายุคนี้ใครๆ ก็รักสุขภาพอยากหล่ออยากสวยกันทั้งนั้น แต่เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเสียเงินก็ได้ เพราะเราสามารถออกกำลังกายที่บ้านเองได้ โดยเราสามารถเปิดดูคลิปวิดีโอสอนการออกกำลังกายจากอินเตอร์เน็ตได้ คนใจดีที่พร้อมจะแบ่งปันมีอยู่เยอะ  หรือจะทำงานบ้านที่ถือได้ว่าเป็นการออกกำลังกายชั้นดีก็ได้ แถมได้ความสะอาดภายในบ้านของเรามาอีกด้วย 3.ใช้แพ็คเกจมือถือให้เหมาะสมกับการใช้งานของเรา – ยุคนี้ต้องยอมรับว่าอินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก จนเรียกได้ว่าเป็นค่าใช้จ่ายประจำที่หลายๆ คนต้องเสียในทุกเดือนเลยก็ได้ ซึ่งผู้ให้บริการเจ้าต่างๆ ก็ออกแพ็คเกจต่างๆ มาอย่างมากมายเพื่อให้ตอบโจทย์กับผู้ใช้งานทุกประเภท ซึ่งในเมื่อมีหลายแพ็คเกจให้เลือกเรา ก็ควรที่จะเลือกแพ็คเกจให้เหมาะสมกับการใช้งานของเราให้มากที่สุด เพื่อที่จะให้คุ้มค่ากับสิ่งที่เราต้องจ่าย แค่นี้ก็จะช่วยประหยัดเงินของเราไปได้แล้ว 4.ลดการเสี่ยงโชคลงบ้าง – “คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น” คงเคยได้ยินคำนี้กันมานะครับ ซึ่งถือได้ว่าค่อนข้างที่จะเป็นความจริงเลยทีเดียว เราทุกคนนั้นสามารถพบเห็นสิ่งเหล่านี้ได้จากรอบๆ ตัวเรา เพราะไม่ว่าใครก็อยากรวย อยากมีเงินกันทั้งนั้น  ซึ่งก็ถือว่าไม่ผิดหากจะลองลงทุนเสี่ยงโชค เพื่อที่จะรวยไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางลัดก็ได้ทั้งนั้น แต่หากว่าเรายังมีหนี้สินอยู่ เราก็ควรที่จะลดในส่วนนี้ลง เพื่อที่จะนำเงินมาใช้ปลดหนี้ของเราให้หมดไปเสียก่อน เพราะการหวังเสี่ยงโชคแล้วได้เงินมาปลดหนี้นั่นโอกาสสำเร็จจะมาวันไหนเราก็ไม่รู้ได้ แต่ถ้าอดทนเก็บเงินประหยัดอดออมเพื่อมาปลดหนี้อันนี้จะเห็นผลได้ตามวินัยการเงินที่เรามีได้เลยครับ 5.วางแผนล่วงหน้าก่อนใช้จ่าย – ไม่ว่าจะใช้จ่ายอะไรก็ตามหากว่าเรานั้นมีการวางแผนใช้จ่ายล่วงหน้าเราก็จะเห็นได้ว่าเราจะมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ และสามารถลองหาตัวเลือกเปรียบเทียบต่างๆ เพื่อที่จะลดค่าใช้จ่ายของเราไปได้ และมีอยู่หลายอย่างที่หากเราจองล่วงหน้า เราก็จะได้ราคาที่ถูกลง เช่น ตั๋วเครื่องบิน หากเราจองล่วงหน้าประมาณ 2 เดือนเราก็จะได้ราคาที่ถูกกว่าปกติ และยิ่งเป็นการจองล่วงหน้าแบบมีโปรโมชั่นก็จะยิ่งได้รับราคาพิเศษขึ้นไปอีก ทำให้เราได้ไปท่องเที่ยวตามที่หวังในราคาถูกลง เป็นต้น แต่ก็ต้องไม่ลืมนะครับว่าเรามีหนี้อยู่ก็ควรจะประหยัดและใช้จ่ายแต่พอประมาณจะดีที่สุดครับ 6.ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ – การที่เรามีสุขภาพร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอนั้นก็จะช่วยให้เราลดค่าใช้จ่ายไปได้อย่างมากเลยทีเดียว เพราะเราไม่จำเป็นที่จะต้องเสียค่ารักษาพยาบาลนั่นเอง แถมการที่เราสุขภาพร่างกายแข็งแรงย่อมทำให้เราสดชื่นแจ่มใสพร้อมที่จะลุยงานหาเงินเพื่อมาปลดหนี้ให้กับตัวเราเองอีกด้วย  นอกจากวิธีที่เรากล่าวมาในวันนี้ สิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้เลยก็คือตัวเราเองที่ต้องตั้งใจทำให้ได้ตามที่วางแผนไว้  เพราะต่อให้มีวิธีที่ดีแค่ไหนก็ตาม หากไม่ลงมือทำอย่างจริงจัง การจะปลดหนี้ของเรานั้นก็เป็นได้แค่ฝันครับที่มา :https://www.moneyguru.co.th/blog/6-วิธีจัดการรายจ่าย  
  •   10 นิสัยทางการเงินที่ควรเริ่มในวันนี้ !!1.นิสัยกำหนดงบประมาณ นิสัยข้อนี้เป็นนิสัยพื้นฐานของคนที่ต้องการมีความสำเร็จทางการเงิน ในแต่ละเดือนคุณควรกำหนดงบประมาณสำหรับรายจ่ายต่างๆ งบประมาณค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่ากินอยู่ ท่องเที่ยว และอื่นๆ และงบประมาณสำคัญที่สุดที่คุณควรตั้งคือ งบเงินออม เงินลงทุนในแต่ละเดือนครับ2.นิสัยไม่ใช้เงินเกินตัว ปัญหาทางการเงินของคนยุคนี้หนึ่งปัญหาคือปัญหาเรื่องบัตรเครดิต หากคุณต้องการมีความสำเร็จทางการเงิน คุณต้องใช้บัตรเครดิตให้เป็น บัตรเครดิตเป็นเครื่องมือในการอำนวยความสะดวกในการจับจ่ายใช้สอย ไม่ใช่เป็นอุปกรณ์ในการให้คุณใช้เงินเกินกว่าที่คุณมีนะครับ3.นิสัยการจ่ายบิลต่างๆตรงเวลา บิลค่าใช้จ่ายต่างๆที่คุณต้องจ่าย ไม่ว่าจะค่านำ้ ค่าไฟ ค่าผ่อนต่างๆ รวมทั้งสลิปเรื่องบัตรเครดิตที่คุณต้องจ่ายทุกเดือน สร้างนิสัยจ่ายตรงเวลาเถอะครับ เดี๋ยวนี้มีระบบช่วยเตือนคุณมากมาย ตั้งเวลาเตือนเลยครับ ยังไงๆก็ต้องจ่าย จ่ายช้าบางทีเกิดลืมจ่ายเข้าไปอีก อาจทำให้คุณมีค่าใช้จ่ายเพิ่มจากดอกเบี้ย หรือค่าปรับนะครับ4.นิสัยออมเงินอัตโนมัติ วินัยในการออมและการลงทุนจะช่วยให้คุณมีโอกาสสำเร็จทางการเงิน ระบบการออมอัตโนมัติคือระบบที่จะช่วยสร้างวินัยให้คุณ หาทางที่จะสร้างระบบที่จะหักเงินจากบัญชีเงินฝากของคุณ เพื่อไปออมหรือลงทุนทุกๆเดือน เช่นหักบัญชีซื้อกองทุน หักบัญชีย้ายมาฝากประจำ เข้าระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หักบัญชีออมเงินในกรมธรรม์ วิธีนี้จะช่วยให้คุณมีเงินเก็บอย่างแน่นอน5.นิสัยตรวจสอบราคาก่อนซื้อ เวลาที่คุณจะซื้ออะไร อย่ารีบร้อนตัดสินใจซื้อทันที เช็คราคาก่อนที่จะซื้อหน่อยดีไหม เดี๋ยวนี้แค่คุณกดหาเข้าไปที่สมาร์ทโฟนที่อยู่ในมือคุณ ไม่กี่นาทีคุณก็สามารถตรวจสอบราคาของที่คุณจะซื้อได้แล้ว ว่าราคามันถูกหรือแพงกว่าแหล่งอื่นๆ มันช่วยให้คุณประหยัดเงินที่ต้องจ่ายได้พอสมควรเลย6.นิสัยตรวจสอบรอยรั่วของเงินคุณเสมอๆ การจดบันทึกค่าใช้จ่าย จะทำให้คุณรู้ว่า เงินที่คุณหามาอย่างยากลำบาก มันไหลไปทางใดมั่ง จำนวนเท่าไหร่ มันจะช่วยให้คุณรู้จุดอ่อนทางการเงินของคุณ คุณจดบันทึกค่าใช้จ่ายของคุณไปสักสองสามเดือน แล้วคุณจะประหลาดใจมากๆกับรายจ่ายบางอย่างของคุณแน่นอน7.นิสัยจ่ายหนี้ที่คุณมี การจ่ายหนี้ต่างๆที่คุณมี ควรเป็นความสำคัญลำดับแรกๆเรื่องเงินของคุณ การจ่ายหนี้ไม่ตรงเวลาหรือไม่จ่ายหนี้ จะทำให้เครดิตของคุณเสียหาย ซึ่งจะมีผลต่อการขอกู้หนี้ที่จำเป็นของคุณในอนาคต อย่างเช่นกู้ซื้อบ้าน ซื้อรถ นอกจากนั้นมันยังทำให้คุณมีรายจ่ายเรื่องดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีกด้วย8.นิสัยสร้างกองทุนเงินฉุกเฉิน บางทีคุณอาจไม่เคยฉุกเฉินเลย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ต้องเตรียม รายจ่ายพวกนี้คุรไม่อาจรู้เลยว่ามันจะมาเมื่อไร อย่างค่าซ่อมรถ ซ่อมบ้าน ค่ารักษาพยาบาลของตัวเองและคนในบ้าน เผื่อเงินก้อนนี้ไว้มั่งนะครับ ฉุกเฉินขึ้นมาแล้วไม่มีใช้จะยุ่งนะ9.นิสัยเก็บออมเงินเพื่อเกษียณ เรื่องเกษียณเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายถ้าคุณไม่ได้เตรียมเงิน การแบ่งเงินมาเก็บ มาออม มาลงทุนเพื่อเกษียณตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นเรื่องที่คุณควรทำเป็นอย่างยิ่ง การออมเงินจำนวนน้อยๆแต่ต่อเนื่อง จะช่วยให้คุณมีเงินเพื่อวันเกษียณที่ยังไงๆก็มาถึงแน่นอน10.นิสัยไม่ประมาททางการเงิน ความประมาทเป็นบ่อเกิดของความล้มเหลวทุกอย่าง คุณต้องระมัดระวังค่าใช้จ่ายใหญ่ๆที่อาจเกิดขึ้น ที่อาจทำให้คุณเกิดความเสียหายทางการเงินอย่างรุนแรง เช่นค่ารักษาพยาบาลการเจ็บป่วยร้ายแรง ที่คุณป้องกันได้โดยการทำประกัน หรือป้องกันความประมาทในเรื่องการลงทุนที่คุณไม่ได้เข้าใจจริง ด้วยความไม่โลภ หมั่นหาความรู้เรื่องการลงทุนที่ถูกต้องสม่ำเสมอ หากคุณไม่ประมาทเสียอย่าง ก็จะไม่มีทางที่จะมีอะไรมาหยุดยั้งความรำ่รวยของคุณได้เลยอ่านถึงตรงนี้คุณมีนิสัยเรื่องเงินข้อไหนที่บอกไปแล้วบ้างครับ ถ้ามีแล้วทำให้มีมากขึ้น ถ้าไม่มีก็รีบทำให้มีนะครับ ความสำเร็จทางการเงินอยู่ข้างหลังนิสัยการเงินดีๆเหล่านี้ครับ   มงคล ลุสัมฤทธิ์ Wealth Designer   ที่มา : https://www.stock2morrow.com/article-detail.php?id=1222
  •   ผู้คนส่วนใหญ่ไม่รู้วิธีการใช้บัตรเครดิตที่ถูกต้อง ใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิตจนเพลิน เหตุเพราะมันง่าย สะดวก และรวดเร็ว รวมไปถึงไม่รู้สึกเหมือนหยิบเงินออกจากกระเป๋าเลย ได้สินค้ามาโดยที่เงินยังอยู่ในบัญชีครบถ้วน ซึ่งแน่นอนเป็นการนำเงินจากอนาคตมาใช้ หากไม่ยับยั้งชั่งใจและรูดบัตรเครดิตกระหน่ำไม่ยั้ง อาจจะทำให้ไม่มีเงินจ่ายหนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้สถิติหนี้ครัวเรือนของคนไทยนั้นมียอดพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องทุกปี นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายอย่างที่ คนใช้บัตรเครดิต ไม่เคยทำ จนกลายเป็นหนี้หัวโต จะมีอะไรบ้างนั้น ตาม MoneyGuru.co.th มาดูกันได้เลย จ่ายบิลบัตรเครดิตเต็มจำนวน   แน่นอนว่าเป็นสิ่งแรกที่คนใช้บัตรเครดิตมากมายไม่ค่อยทำ คือการชำระบัตรเครดิตแบบเต็มจำนวน คนทั่วไปมักจะคิดว่าใช้บัตรเครดิตรูดซื้อสินค้าไปก่อน แล้วค่อยไปผ่อนบัตรเครดิตเอาทีหลังสบายกว่า ได้ของมาใช้เลยทันทีด้วย โดยไม่นึกถึงความน่ากลัวของดอกเบี้ยมหาโหด 20% ต่อปีเลยสักนิด กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปเสียแล้ว คุณรู้หรือไม่ เงินต้นแค่ 20,000 บาท หากคุณชำระบัตรเครดิตแบบขั้นต่ำ คุณต้องใช้เวลานานถึง 4 ปี จึงจะใช้คืนหมด นี่ยังไม่นับรวมหนี้อื่น ๆ ที่คุณจะก่อไปอีกในอนาคตนะ ดังนั้น การจ่ายแบบเต็มจำนวนคือสิ่งที่สมควรทำอย่างที่สุดในการใช้บัตรเครดิต หากคุณไม่อยากแบกภาระดอกเบี้ยที่จะตามมา เก็บเงินสดเท่าจำนวนที่ใช้จ่ายบัตรเครดิต คนส่วนใหญ่ ใช้บัตรเครดิตแทนการใช้เงินสด แล้วนำเงินสดที่มีไปใช้จ่ายอย่างอื่น โดยลืมนึกไปว่าเงินสดเหล่านั้น ต้องนำไปชำระบัตรเครดิต จนเมื่อถึงเวลาจริง ๆ ก็ไม่มีเงินไปใช้หนี้ สุดท้ายก็ต้องจ่ายเพียงขั้นต่ำ เป็นหนี้มีดอกเบี้ยซึ่งใช้เวลานานเป็นปี ๆ กว่าจะใช้คืนหมด จะเห็นได้ว่า การใช้บัตรเครดิตจำเป็นต้องมีการวางแผน ระมัดระวัง และมีวินัยอย่างมาก จึงจะได้รับประโยชน์ของบัตรเครดิตแทนที่จะได้รับโทษ ทางที่ง่ายที่สุดคือ ใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิตไปเท่าไหร่ ก็เก็บเงินสดเอาไว้เท่านั้น และเมื่อถึงเวลาก็นำไปชำระบัตรเครดิตเสีย เพียงเท่านี้ คุณก็ไม่ต้องเป็นหนี้บัตรเครดิตให้ปวดหัวแล้ว ตรวจเช็กบัญชีบัตรเครดิต สาเหตุหนึ่งที่คนเป็นหนี้หัวโตเพราะไม่เคยตรวจเช็กบัญชีบัตรเครดิตเลย ทำให้ไม่เคยรู้เลยว่าใช่จ่ายไปมากเท่าไหร่แล้ว มากเกินกว่าที่คุณจะใช้คืนไหวหรือเปล่า รู้ตัวอีกทีก็ลมแทบจับ เมื่อเห็นบิลเรียกเก็บเงินมาส่งที่ตู้ไปรษณีย์หน้าบ้าน คุณควรตรวจเช็กรายการใช้จ่ายบัตรเครดิตอย่างสม่ำเสมอ จะได้รู้ว่าคุณใช้จ่ายเกินงบไปหรือยัง มีเงินเพียงพอจะชำระหนี้ตอนสิ้นเดือนหรือไม่ นอกจากนี้ หากมีหนี้งอกจากการโจรกรรมบัตรเครดิต คุณก็จะรู้ตัวได้ทัน รีบดำเนินการแจ้งความและติดต่อธนาคารอายัดบัตรไม่ให้หนี้ที่คุณไม่ได้ก่อลุกลาม ตั้งงบประมาณการใช้บัตรเครดิต การใช้บัตรเครดิตอย่างถูกวิธี สิ่งหนึ่งคือการตั้งงบประมาณในการใช้บัตรเครดิตในแต่ละเดือน เพื่อป้องกันไม่ให้คุณใช้จ่ายเกินตัว โดยงบประมาณนี้ไม่มีกำหนดตายตัวว่าจะต้องเป็นเท่าไหร่ แต่สำคัญคือต้องไม่เกินรายได้ต่อเดือนของคุณ ตอนสิ้นเดือนคุณจะได้มั่นใจว่ามีเงินชำระหนี้คืนอย่างแน่นอน แต่เงินเดือนนั้นไม่ได้มีไว้เพื่อชำระหนี้บัตรเครดิตอย่างเดียว แต่ต้องนำไปใช้จ่ายอย่างอื่นด้วย สิ่งที่เราอยากจะแนะนำ ตั้งงบประมาณการใช้บัตรเครดิตเอาไว้เพียง 20-40% ของรายได้ ก็จะทำให้คุณสามารถชำระบัตรเครดิตได้แบบเต็มจำนวนโดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นหนี้โดยไม่จำเป็นนั่นเอง สมัครบัตรเครดิตแต่พอดี บางคนเมื่อผ่านเกณฑ์การสมัครบัตรเครดิต ก็ตื่นเต้นอยากจะมีบัตรเครดิตเพราะมันดูโก้ ทำให้สมัครแบบไม่ลืมหูลืมตา ที่ไหนมีก็สมัครหมด จนมีบัตรเครดิตเต็มกระเป๋าสตางค์ และรู้ ๆ กันอยู่ว่าบัตรเครดิตหนึ่งใบมีวงเงินได้สูงสุดถึง 5 เท่าของเงินเดือน เมื่อมากใบก็ทำให้มีวงเงินเอาไว้ใช้จ่ายมากเกินรายได้ไปไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า หากใช้จนเต็มวงเงินทุกใบ แค่ภาระขั้นต่ำรวมกันทุกใบก็เกินเงินเดือนของคุณแล้ว คุณจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายคืนเขาล่ะจริงไหม ดังนั้น เลือกสมัครบัตรเครดิตแต่พอดี เพียงหนึ่งหรือสองใบก็พอแล้ว ป้องกันการเป็นหนี้เกินตัวโดยไม่จำเป็น ดังที่เราบอกไว้เสมอว่า ผู้ที่ใช้บัตรเครดิตจำเป็นต้องมีวินัยทางการเงินอย่างมาก ต้องวางแผนการใช้บัตรเครดิตอย่างรัดกุม ต้องรู้จักยับยั้งชั่งใจไม่ใช้จ่ายเกินตัว มิเช่นนั้น อาจจะทำให้คุณเป็นหนี้เรื้อรัง เงินเดือนไม่พอใช้ชักหน้าไม่ถึงหลัง หากคุณไม่อยากเป็นหนี้หัวโต ที่มา : https://www.moneyguru.co.th/blog/คนใช้บัตรเครดิต