รณรงค์ป้องกันหนี้

รณรงค์ป้องกันหนี้

  • ช่วงอายุ 20-29 ปี ถือเป็นวัยที่เริ่มมีความกังวลในชีวิต นอกจากเรื่องการค้นหาความเป็นตัวเอง และการงานอาชีพแล้ว เรื่องการเงินก็ถือเป็นอีกสิ่งที่สร้างความปวดหัวให้แก่คนในช่วงอายุดังกล่าว โดยเฉพาะผู้ที่อยากมีอิสระและพึ่งพาตัวเองได้ทั้งในเรื่องการใช้ชีวิตและการเงิน หากคุณคือบุคคลในกลุ่มนี้...อย่าเครียดไป! เรามีเคล็ดลับในเรื่องการเงินสำหรับคนอายุ 20-29 ปีมาฝากกัน เก็บออมตั้งแต่เด็ก  เป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำยาก แต่มันคือเรื่องจริงที่ว่า เวลา เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการออมเงิน หากคุณอยู่ในช่วงอายุนี้ คุณมีทั้งเวลาและรายได้ ดังนั้น การออมเงินยิ่งมาก ก็ยิ่งเป็นผลดีกับตัวคุณในอนาคต ยิ่งคุณเริ่มการออมเงินเร็วเท่าไหร่ เวลาจะช่วยทวีคูณเงินออมของคุณนั่นเอง อยู่ให้ติดบ้าน  คนในช่วงอายุนี้มักมีไลฟ์สไตล์ที่ชอบออกไปพบปะสังสรรค์นอกบ้าน หรือต้องการย้ายออกไปอยู่คนเดียว แต่ไลฟ์สไตล์ดังกล่าวอาจทำให้คุณเจ็บปวดกับค่าใช้จ่ายที่ตามมาได้ ไหนจะค่าเช่าคอนโด ค่าน้ำค่าไฟ ค่าของใช้ในบ้าน ค่าอาหารราคาแพง ฯลฯ ฉะนั้น หากบ้านคุณไม่ได้อยู่ไกลจากที่ทำงานเกินไป การอยู่บ้านกับครอบครัวก็ไม่ได้เป็นเรื่องเลวร้าย และเป็นการประหยัดเงินคุณได้ไม่น้อยเลย เปลี่ยนการใช้ชีวิต หากคุณเป็นคนใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายให้มีความสุขได้ คุณจะสามารถเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตให้เป็นไปทางไหนก็ได้ บุคคลรอบตัวคุณก็เป็นส่วนสำคัญที่มีอิทธิพลต่อความคิดของคุณ คุณจึงควรเลือกอยู่กับคนที่ช่วยจุนเจือแผนในชีวิตคุณให้เป็นจริงได้ ใช้จ่ายให้น้อยกว่ารายรับ ไม่เป็นผลดีแน่ๆ หากคุณใช้จ่ายรายได้ หลายคนอาจจะใช้แบบเงินเดือนชนเดือน ไม่เหลือเงินเก็บเพราะจ่ายไปกับของที่ไม่จำเป็นต่างๆ ระหว่างเดือน ซึ่งเป็นพฤติกรรมการใช้เงินแบบผิดๆ ไม่ว่าคุณจะเป็นเศรษฐีหรือมีฐานะพอกินพอใช้ ก็สร้างความมั่นคงทางการเงินได้ หากมีรายจ่ายน้อยกว่ารายรับ ตั้งงบประมาณการใช้เงิน อยากใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ คุณควรวางแผนงบประมาณการใช้จ่ายในช่วงเวลาต่างๆ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินเสนอแผนงบประมาณ 50-30-20 ซึ่งหมายถึง 50% ของรายรับควรถูกใช้กับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ และสิ่งจำเป็นต่างๆ อีก 30% จ่ายไปกับสิ่งอื่นๆ ตามใจคุณ และอีก 20% เก็บเป็นเงินออม แยกบัญชีเงินเก็บออกจากบัญชีใช้จ่าย ทันทีที่คุณได้เงินเดือน ให้แยกเงิน 20% ออกไปใส่ในบัญชีออมทันที และพยายามใช้จ่ายกับ 80% ที่เหลือแทน ด้วยวิธีนี้ คุณจะมั่นใจได้ว่าคุณมีเงินเก็บที่แน่นอนในแต่ละเดือน เปิดบัญชีออมทรัพย์ บัญชีออมทรัพย์เป็นบัญชีที่มีเงื่อนไขในการเปิดน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับบัญชีอื่นๆ ของธนาคาร แถมเป็นบัญชีที่ไม่มีค่าใช้จ่ายตามมาด้วย แม้ว่าดอกเบี้ยเงินฝากจะไม่ได้สูงเท่าการลงทุนประเภทอื่นๆ แต่บัญชีออมทรัพย์ก็แทบไม่มีความเสี่ยงใดๆ จึงไม่เสียหายอะไรหากคุณจะฝากเงินในบัญชีประเภทนี้ ลงทุน การลงทุนในตลาดหุ้นและกองทุนรวมเป็นเรื่องไม่ยากและไม่จำเป็นต้องใช้เงินมาก คุณอาจจะลงทุนระยะยาวเพื่อลดความเสี่ยงกับกองทุนหุ้นรวมระยะยาว (LTF) หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และอาจนำไปเป็นสิทธิพิเศษทางภาษีได้อีกด้วย ทั้งนี้ คุณควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนด้วย ซื้อประกัน ในวัย 20 -29 หลายคนคงมีรถไว้ในครอบครองแล้ว และแน่นอนว่าความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุอันนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายจำนวนมากนั้นสามารถกระทบแผนทางการเงินที่คุณวางใจได้ ดังนั้นการทำประกันรถยนต์ถือเป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณาอยู่ไม่น้อย ที่มา : http://www.posttoday.com/เศรษฐกิจ-หุ้น/การบริหารการเงิน/347688/9-เคล็ดกับการใช้เงิน-สำหรับคนอายุเริ่มต้นด้วยเลข-2
  • ทำอย่างไรดี เมื่อเงิน (เริ่ม) ไม่พอใช้หนี้ มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ตัวว่ากำลังมีปัญหาเรื่องการชำระหนี้ ไปดูกันว่ามีสัญญาณอะไรบ้างที่บ่งชี้ว่าเรากำลังมีปัญหา - ไม่รู้ว่าจะมีเข้าเท่าไหร่ เมื่อไหร่ มีภาระค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง จำนวนเท่าไหร่ มีหนี้สินทั้งหมดเท่าไหร่ และต้องจ่ายเมื่อไหร่ - ยอดหนี้สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่มีท่าทีว่าจะลดลง - เริ่มจ่ายหนี้ไม่เต็มจำนวน หรือจ่ายเงินช้ากว่ากำหนด - เริ่มกดเงินสดจากบัตรเครดิตหรือสินเชื่อวงเงินหมุนเวียนออกมาใช้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายประจำวัน หรือหมุนใช้เจ้าหนี้อื่นมากขึ้น - เริ่มถอนเงินที่เก็บออมไว้ออกมาใช้ หรือเริ่มหยิบยืมเงินคนรอบข้าง - ไม่อยากพูดเรื่องเงิน และหงุดหงิดทุกครั้งที่มีคนมาถามหรือพูดเรื่องนี้ - หันมากินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปบ่อยขึ้น เพราะไม่มีเงินซื้ออาหารอื่น หากพบว่าตนเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ เงินไม่พอใช้หนี้ ต้องตั้งสติดีๆ แล้วค่อยๆ พยายามหาทางแก้ไข ดังนี้ 1. ไม่ก่อหนี้เพิ่ม เพื่อไม่ให้เงินต้นและดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเร็วกว่าเดิม 2. สำรวจพฤติกรรมการใช้เงิน เพื่อดูว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่ไม่จำเป็นและพอจะลด ละ เลิก ได้บ้าง เช่น เหล้า บุหรี่ หวย เที่ยวกลางคืน ของแบรนด์เนม 3. หารายได้เสริมจากความสามารถพิเศษที่มี เช่น ทำขนมขายหรือประกวดความสามารถชิงรางวัลต่างๆ  4. หารือกับสถาบันการเงิน เพื่อปรึกษาและหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน เช่น ขอลดจำนวนเงินที่ต้องจ่ายในแต่ละงวดจนกว่าจะสามารถกลับไปชำระเงินในแบบเดิมที่เคยตกลงกันไว้ 5. ไม่ควรหนีเจ้าหนี้ เพราะอาจททำให้สถานการณ์เลวร้ายมากขึ้น รวมทั้งอาจมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้เพิ่มเติมได้ ***หากอดทนและตั้งใจจริงแล้ว ในที่สุดก็จะหลุดพ้นจากการเป็นหนี้ได้***